เพราะศรัทธาฉันจึงมา Olympic Game Rio2016 มีนักกีฬา มีทีมงาน และมีฉัน..อาสาตัวเล็กๆในเกมที่ยิ่งใหญ่

สวัสดีครับ Rio2016 โอลิมปิกผ่านพ้อไปแล้วครับ วันนี้ผมนำประสบการณ์ดีๆในการณ์ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมกีฬาอันยิ่งใหญ่ครับ  ในฐานะอาสาสมัครจากประเทศไทย

ต้องขอเท้าความก่อนครับว่ามหกรรมกีฬาใหญ่ๆอย่างโอลิมปิกจะมีการรับสมัครอาสาสมัครในการร่วมทำงาน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในหลายๆพาร์ทของงานอยู่ทุกครั้งไปครับ   ครั้งนี้ผมมีโอกาสดีๆได้เข้าร่วมใน Rio2016 ในครั้งนี้ อยากบอกว่ามันเป็นอะไรที่ โหด มัน ฮา แล้วก็กระเป๋าฉีกกันเลยทีเดียวครับ 

 

Screen Shot 2016-08-29 at 1.12.02 PM

 

ผมเริ่มต้นการเดินทางของผมในครั้งนี้เมื่อประมาณเกือบๆสองปีที่แล้วครับ หลังจากที่นั้งเล่นอินเตอเน็ตแล้วไปเจอใบสมัครเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในมหกรรมกีฬาใหญ่ๆอย่างนี้ ผมรู้สึกสนใจก็เลยทำการสมัครอย่างรวดเร็วหลังจากอ่านระเบียบการต่างๆแล้ว 

ระบบต่างๆนั้นผมได้สมัครผ่านทางอินเตอร์เน็ตทั้งหมดครับ จุดเริ่มต้นของความหายนะของเงินในกระเป๋ามาเริ่มต้นที่หน้านี้ครับ จากวันนั้นถึงวันนี้ผมต้องเข้ารับการทดสอบหลายๆด่านครับ ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์ออนไลน์ ทดสอบระดับความง่อยของภาษาของผม ทำทดสอบต่างๆ ร่วมทั้งหมดกว่าจะถึงวันที่ผมทราบว่าตัวเองได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในอาสาสมัครในครั้งนี้ก็ใช้เวลาประมาณ 1 ปี กับ 7 เดือน

 

หลังจากได้จดหมายตอบรับอย่างไม่เป็นทางการว่าตัวเองได้รับคัดเลือกเข้าเป็นหนึ่งอาสาสมัครในโอลิมปิกเกมครั้งนี้แล้ว ผมยังต้องใช้เวลารอตำแหน่งอย่างเป็นทางการอีกประมาณ สี่เดือน เป็นการสมัครงานที่ทรหดมากที่สุดในชีวิตเลยครับ บางครั้งมี Email เข้ามาจากทางผู้จัดงานทั้งๆที่ลืมไปแล้วว่าเราสมัครเอาไว้ 

จนเวลากระชั้นชิดเข้ามาแล้วครับ ผมก็ยังไม่ได้ตารางงานของตัวเอง  รวมไปถึง ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องทำงานอยู่ที่สนามไหน ตั๊วเครื่องบินก็ยังไม่ได้จอง ที่พักก็ยังไม่ได้หา เวลาถามไปว่าเมื่อไหร่ตารางงานต่างๆจะออก ก็มีคำตอบว่ายังไงก็ได้ทำงานครับ แนะนำให้จองตั๋วเครื่องบินแบบ Flexible tickets …. คุณท่านไม่รู้จริงๆหรือแกล้งไม่รู้ว่าตั๋วประเภทนั้นมันแพงมากกกก หาาาาาา ? 

ถ้าเปรียบการรอคอยครั้งนี้กับการรอคอยใครสักคนผมคิดว่าผมคงได้พบเจอใครสักคน คนนั้นไปสามรอบแล้ว กว่าผมจะได้ตารางงานของผมมา และหน้าตามันเป็นอย่างนี้ครับ   และนี้คือ Email ตำแหน่งงานที่ทางผู้จัดการแล้วส่งผมเข้าไปอยู่ ซึ่งเป็นหน่วยประสานงานด้านภาษา 

Screen Shot 2016-08-30 at 1.46.29 PM

Screen Shot 2016-08-07 at 8.41.42 AM

รับตารางมาก่อนสองอาทิตย์ก่อนโอลิมปิกจะเริ่มขึ้น……ตอนนี้ผมลังเลแล้วครับเพราะว่าตั๋วกับที่พักยังไม่ได้จัดการอะไรเลย รวมถึงราคาที่แพงหูฉี่ ผมคิดว่าในราคาเดียวกันนี้ผมสามารถซึ้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวรอบโลกได้เลยครับ 

แต่นางฟ้าแห่งความดีในใจผมก็เอาชนะความขี้เกียจในใจ และตัดสินใจว่าจะเดินทางไปในครั้งนี้ พร้อมกับจองตั๊วเครื่องบินแบบอ้อมไปอ้อมมาเพื่อให้ได้บินไปถึง ริโอในราคาที่ต่ำสุด  หลังจากวนไปเที่ยวมาเลย์ อินเดีย UAE ผมก็ข้ามน้ำข้ามทะเลข้ามทะเลทรายข้ามป่าดงดิบ เดินทางมาถึงบราซิล ด้วยความทรหด ใช้เวลาเดินทางรวม 38 ชม รวมเปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนสนามบิน เปลี่ยนตม จนเกือบเปลี่ยนใจ  ผมก็เหยีบบแผ่นดินบลาซิลแล้วครับ โดยผมเดินทางมาลงที่เมือง เซา เปาโล อีกหนึ่งเมืองท่าสำคัญของบราซิล  ก่อนจะเดินเข้าช่องตรวจคนเข้าเมืองในสถาพตาแดงๆ หน้าโทรมเหมือนขาดน้ำมาสองวัน ตอนนี้สภาพของผมเป็นศพอย่างเป็นทางการครับ แต่ไม่ต้องห่วงว่าทางตมจะไม่ให้เข้าเมือง เพราะว่ารูปในพาสปอร์ตผมก็หน้าศพไม่ต่างจากตัวจริงในขณะนี้    ระหว่างรอ สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมคือ สมุดทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าเราได้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้เหลืองแล้ว ตรงนี้ผมแนะนำว่าก่อนมาเที่ยวทางแถบนี้ให้ไปฉีดวัคซีนป้อนกันเอาไว้ครับ เป็นกฏเลยครับ ซึ่งเอาจริงๆเค้าก็ไม่ได้เรียกตรวจอะไร  แต่ว่าฉีดไปก่อน ทำตามกฏดีกว่าครับ  ณ ตรงนี้ผมจองตั๊วขาเดียว พร้อมชีแจ้งกับตม ว่าคนไทยสามารถอยู่ในบราซิลได้ 3 เดือน แล้วก็ในประเทศข้างเคียงอย่างเปรู หรืออาเจนติน่าผมมีแพลนว่าจะเที่ยวต่อหลังจากจบงานอาสา แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะไปประเทศอะไรก่อนจะกลับ ตม ก็ไม่ว่าอะไร ก็เข้าใจครับ พร้อมกับประทับตราเข้าเมืองให้ผม พร้อมด้วยตราของ rio2106 ลงในพาสปอร์ต ถือว่าผมถึงประเทศ brazil  อย่างเป็นทางการแล้วครับ 

thumb_IMG_5144_1024

จากนั้นผมก็ต้องต่อเครื่องไปยังริโอเดอจันเนยโร  ปัญหาของที่นี่ซึ่งเป็นปัญหาอย่างจริงจังคือ คนไม่พูดภาษาอังกฤษ พนักงานสายการบินที่ผมเจอบางคนยังพูดได้อยู่ในระดับแย่มากครับ แต่การบริการถึงว่าดีครับ (สำหรับรีวิวการเดินทางจาก เซาเปาโล ไปริโอ ผมได้รีวิวสายการบินไว้ https://marcoviator.wordpress.com/2016/08/18/avianca-brazil-star-alliance-member/ ครับ) 

เออลืมบอกไปครับ อาสาในงานส่วนนี้ เรื่องค่าใช้จ่ายนี่ออกเองหมดทุกอย่างนะครับ ก็ถือว่าซื้อประสบการณ์เอาน่ะครับ (ถือว่าถังแตกยิ่งกว่าประเทศกรีซที่จัดโอลิมปิกแล้วล้มละลาย*_*)
เราจะเราไม่เมนชั่นถึงเงินในบัญชีครับ เพราะเดี๋ยวทุกคนจะรู้ว่าความจนแท้จริงแล้วคืออะไร….เรื่องราวของการรับมือความไม่มีจะกิน ผมเตรียมมาจากไทยเต็มที่ครับ แอ่น แอน แอ้นนนนน….ม่ามา ทุกรสครับ 
ขอขอบคุณผู้สนันสนุนหลักอย่างเป็นทางการครับ มาม่า อาหารหลักห้าหมู่ของผม(ถ้ามาม่าสนใจติดต่อผมไปเป็นแบรนแอมบาสเดอร์ ผมยินดีครับ555 ค่าตัวไม่แพง ไม่เกี่ยงบทครับ)

วันแรกของการใช้ชีวิตในริโอ ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ วันนี้ผมแลนดิ้งที่สนามบินในเมืองริโอแล้วก็ต่อแทกซี่ ในสนามบินริโอนั้น เวลาขึ้นแทกซี่เราต้องไปติดต่อที่เคาน์เตอร์แล้วก็จ่ายเงินตรงนั้นเลยเพราะเขาจัดราคาไว้เป็น area ต่างๆ ราคาก็จะคิดตาม Area ที่ไปครับ จะรู้ตรงนั้นเลยครับว่าราคาเท่าไหร่  

ขั้นตอนแรกเลย วันนี้ต้องไปรับ บัตรStaff กับ uniform ต่างๆที่เราจะต้องใช้ทำงานในโอลิมปิกเกมครั้งนี้. สำหรับผมได้อยู่ในส่วนของ ล่าม ในศูนย์บริการทางด้านภาษา ซึ่งจะมีล่ามประจำการของชาติต่างๆ คอยประสานงานทุกอย่างให้นักกีฬา รวมไปถึงสื่อของชาติที่เรารับผิดชอบครับ สำหรับอาสาสมัครในโอลิมปิกเกมครั้งจะมีเสื้อสามสี่ได้แก่ เหลือง เขียน แล้วก็แดง ตามหน้าที่ของแต่ละฝ่าย  ของผมจะเป็นสีเหลือครับ สีแดงเป็นอาสาเกี่ยวกับทางด้านแพทย์ครับ ส่วนเขียวนั้นผมจำไม่ได้
ที่จะสามารถรับยูนิฟอร์มได้ก็ลำบากเหลือเกินกว่าจะไปถึง เป็นโกดังครับ  เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มต่างๆ สั่งมาจากประเทศจีนครับ 
ชุดยูนิฟอร์มประกอบจะประกอบด้วย เสี้อสามตัว กางเกงสอง แจ็คเก็ตหนึ่ง รองเท้าหนึ่ง หมวกหนึ่ง เข็มขัดหนึ่ง กระเป๋า และถุงเท้า  อ้อ รวมไปถึงกระติ๊กน้ำด้วยครับ และจะได้รับนาฬิกาในวันทำงานวันแรกที่สนามครับ  (บางรูปผมไม่ได้ถ่ายมา นำมาจากอินเตอร์เน็ต thanks for the photo from the random sites) 
2016-08-04-volunteers-rio-thumbnail

นอกจากนี่ ยังต้องทำบัตรสต๊าฟแล้วก็รับบัตรโดยสารรถที่ใช้เวลาเดินทางไปทำงานครับ บัตรโดยสารรถสาธารณะสามารถใช้ได้กับรถทุกชนิดครับ แต่ใช้ได้เพียงหกครั้งต่อวัน ส่วนบัตรสต๊าฟก็จะมีคำว่า I speak English ในเคสที่คุณสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ เผื่อมีคนมาถามทาง (ซึ่งเวลาอยู่ในยูนิฟอร์มจะมีคนมาถามทางเยอะมากครับ  ยิ่งหน้าผมให้เป็นบราซิเลี่ยนมากๆ ไม่รู้เหมือนกัน ถามอยู่นั้นแหละ ไม่รู้หรอว่าผมอะหลงมากกว่าคนถามอีก 

วันแรกของผมปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ผมหาซื้อซิมนาโนไม่ได้ครับ มีแต่ซิมขนาดใหญ่ หาไม่เจอ พูดไม่รู้เรื่องก็ยิ้มสู้ แต่สู้เท่าไหร่ก็ยังไม่รอดครับ จนต้องไปจอให้เพื่อนช่วยหน่อย จนแล้วจนรอดก็ได้เปิดซิมใช้อย่างเป็นทางการครับ…เบอร์โทรสอบถามหลังไมค์ โทรมาจีบได้ แต่ถ้าจะขายประกัน ไม่เอานะครับ พ่อทำไว้ให้เยอะแล้ว 
มาพูดถึงที่พัก ถือว่าดีครับ ผมแค่ต้องการเตียงนอน. ช่วงเทศกาลใหญ่อย่างนี้ ผมนี้ทำใจไว้เลยว่าแพงหูฉี หูฉีกแน่ๆ เจอชาร์ตเข้าไป9,900บาท กับการพักใน hostel 10 คืน… จะบอกว่าเป็นราคาที่รับได้ก็พูดได้ไม่เต็มปากเสียทีเดียว แต่ก็ถือว่าถูกแล้วครับ เมื่อคำหนึ่งไปถึงโลเคชั่น ที่ด้านหลังนั้นเป็นซิกเนเจอร์ของริโอก็ว่าได้…ดูรูปกันเอาเองนะจ๊ะ. ฟินมากกกกก บอกให้อิฉฉากันเล่นๆ 
thumb_IMG_5186_1024thumb_IMG_1612_1024
หลงรักริโอเข้าแล้วววววหละครับท่านผู้ช้มมมมมมมม(เสียงสูงแบบโซพราโน่ เอสเพรสโซ่ วาโก้ โกลิโก๊ะป็อกกี้)
เร่เข้ามาครับเดี๋ยวผมจะพาไปชมที่ทำงานผม (รูปอาจจะถ่ายมาไม่เยอะครับ จะเล่าให้ฟังมากกว่าเพราะว่ามีกฏห้ามถ่ายรูป รูปที่นำมาลงถ้าว่าเป็นรูปที่สามารถเผยแพร่ได้ครับ)
แต่ก่อนเราจะไปถึงที่ทำงานผม ผมต้องนั่งรถสามถึงสี่ต่อเพื่อไปสนามใช้เวลาประมาณ 2 ชมในการเดินทางไป รวมเป็น 4 ชมไปกลับ  วันไหนกลับหลังเที่ยงคืนก็บวกเข้าไปอีกหนึ่งชม ในการรถโดยสารขึ้นเขา
บนรถโดยสารจะสามารถใช้ได้ทั้งบัตรหรือจ่ายเงินสดให้คนขับรถได้เลยครับ
ในรูปนี่ดึกแล้วครับ ต้องรอรถคนเดียว เทพมากครับ กลัวก็กลัว แต่ทำใจให้มีใหญ่เข้าไว้ มีคืนหนึ่งมี homeless  เดินเข้ามาจ้องๆมองๆตอนตีหนึ่ง ตอนนั้นในจิตนาการผมเตลิดไปถึงคลิปกระชากกระเป๋าแล้วครับ มือนี่กำแน่นมาก ข้างหนึ่งกำกระเป๋า มืออีกข้างกำพระแน่น พูดกับตัวเองว่า อย่าเข้ามานะ  ตูสู้นะ คนคนนั้นเดินเวียนหน้าเวียนหลังผมสองสามรอบ พอรอบถัดมาผมจ้องตากลับ ประมาณว่า รู้นะว่าคิดอะไร จ้องอยู่สักพักแล้วมองตามเขาไป จากนั้นผู้ชายคนนั้นเลยยอมแพ้แล้วเดินจากไป  ผมคือว่าถ้าผมไม่จ้องตอบนี้ คงเจอประสบการณ์น่าจดจำแน่ๆ 
ตัวนี้จะเป็นแผนที่บอกทางไปยังสนามต่างๆที่ทางเจ้าภาพทำเอาไว้ จะมีอยู่สถานี หรือป้ายรถใหญ่ๆ เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวครับ 
thumb_IMG_5214_1024
แต่ข้อดีของที่นี่ที่น่าประทับใจ นั่นก็คือรถโดยสารทุกคันทุกชนิดมีพื้นที่สำหรับคนพิการที่ต้องให้รถเข็นในการเดินทาง รวมไปถึงความน่ารักของคนที่นี่มี่มีความลังเลทุกครั้งในการนั่งที่นั่งที่สำรองไว้ให้คนแก่ คนท้อง หรือคนที่มากับทารก เบาะจะมีบอกว่าเป็น priority คนที่นี่จะรอจนกว่าแน่ใจแล้วว่าไม่มีบุคคลเหล่านั้นจึงกล้านั่ง แม้ว่ารถจะแน่นแค่ไหนแค่ที่ทุกคนจะเดินไปนั่งที่นั่งปกติก่อน รู้สึกได้ว่าทุกคนจะมีความรู้สึกละลายที่จะนั่งในที่ที่สำรองไว้ให้คนเหล่านั้น

และนี่คือที่ทำงานของผมครับ Rio Centro มีหลายชนิดกีฬาครับที่จัดที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น มวยสากลสมัครเล่น ยกน้ำหนัก แบดมินตัน ปิงปอง ซื่อเป็นกีฬาที่มีนักฬาไทยลงแข่งและผมก็ต้องประจำการที่นี่ครับ สนามมีภูเขาเป็นแบ็กอยู่ด้านหลังครับ ในสนามต่างๆที่อยู่ไม่ห่างกันมากนัก ก็จะมีรถรับส่ง หรือถ้าอยากเดินก็สามารถเดินได้ครับ จาก Barra Olympic park ไป Rio centro ประมาณ กิโลกว่าๆครับ คนเยอะมากกกก ยิ่งของเวลาที่กีฬาแข่งเสร็จครับ 

เมื่อเข้ามาถึงสนามแล้วพนักงาน อาสาสมัครที่มีบัตรห้อยคอจะมีช่องทางเข้าแยกออกจากผู้ชมที่ซื้อบัตรเข้าชมครับ จะมีการตรวจกระเป๋า ตรวจบัตรอีกครั้งครับ  ตรงมุมนี่เลยครับ 

thumb_IMG_5360_1024

ช่วงที่ผมมาทำงานจะเงียบๆหน่อยครับ ผมต้องเข้างานก่อนที่กีฬานั้นๆจะเริ่ม เมื่อเราผ่านจุดตรวจต่างๆแล้ว อาสาสมัครก็จะต้องไปรายงานตัวที่จุด Check in ครับ เราจะได้รับน้ำดื่มคนละขวด และบัตรรับประทานอาหารประจำช่วงทำงาน อาจจะเป็น ข้าวเที่ยง หรือข้าวเย็นก็ว่ากันไปครับ แต่ได้เพียงมื้อเดียว(ไม่รู้ประหยัดอะไรนักหนาครับ) 

โรงอาหารก็จะเป็นเต้นท์ชั่วคราวครับ คนทำงานทุกคนจะมาทานข้าวกันที่นี่จะมีไลนอาหารให้ตักไปทานเอง ไม่ว่าจะเป็นผักสลัด ถั่วชนิดต่างๆ เนื้อ แล้วก็น้ำดื่ม น้ำอัดลม แต่สามารถเลือกได้อย่างเดียวครับ 

ถ้าเวลาเบรกพร้อมกันพวกเราก็จะมาทานพร้อมกัน แต่ถ้าไม่ผมก็ต้องทานคนเดียวครับ อาหารก็อย่างที่เห็นครับ กินเพื่ออยู่ครับ 

มาเข้าถึงการทำงานของผมบ้างดีกว่าครับ ด้วยความที่ Rio centro แห่งนี้แบ่งเป็น pavillion 1-6 แยกออกจากกันเพื่อรองรับกีฬาชนิดต่างๆครับ หลักผมจะอยู่ที่สนามที่มีนักกีฬาไทยลงแข่ง ถ้าวันไหนมีลงแข่งช่วงเวลาพร้อมๆก็ก็ต้องมีการวิ่งร้อยเมตรเพื่อไปสแตนบายในสนามที่ชนิดกีฬานั้นๆแข่งเสร็จ ตัวอย่างเช่นวันที่มีนักกีฬาต่อยมวยหญิง ผมก็จะไปประจำเพื่อให้การแข่งขันนั้นเสร็จแล้วต้องวิ่งมาที่สนามยกน้ำหนักเพราะมีนักกีฬาไทยลงแข่งขันด้วยเหมือนกันครับ  ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่าในโอลิมปิกครั้งนี้มีอาสาสมัครคนไทยเพียงสองคนครับ มีผมและสาวสวยใจดีอย่างพี่พิกุล ตารางงานของเราจะสลับกันคนละกะ เพราะว่าเรามีกันแค่นี้ครับ ตรงนี้ต้องขอขอบคุณพี่พิกุลในหลายๆเรื่องด้วยครับ  

โดยหลักงานงานของหน่อยบริการด้านภาษาก็จะเป็นล่ามให้นักกีฬาเวลาแข่งเสร็จ เพราะทุกการแข่งขันเวลาจบเกมจะมีสื่อมารอ แต่ของเรา งานหลักจะอยู่ที่กล้องกลางของโอลิมปิก OBS หรือ Olympic broadcasting service ซึ่งนักกีฬาทุกชาติจะต้องให้สัมภาษณ์ ประมาณไม่กี่นาที ก่อนที่นักกีฬาจะเดินไปให้สัมภาษณ์แก่สื่อประเทศตนเอง จากนั้นค่อยเข้าไปที่ press อย่างเป็นทางการ  ในงาน press ที่ห้องสื่อนั้นจะมีล่ามมืออาชีพรออยู่ครับ แต่ถ้าเกิดขาดเราก็ต้องขึ้นทำหน้าที่ตรงนั้นด้วยครับ เราต้องประกบนักกีฬาระหว่างเดินไปที่ Press ด้วยครับ เพราะว่าอาจจะมีนักข่าวต่างชาติขอสัมภาษณ์ก่อนจะขึ้นแถลงข่าวอย่างเป็นทางกัน  อย่างในรูปครับ เพื่อนร่วมงานของผมกำลังทำหน้าที่ให้แก่นักกีฬาและสื่อกลางของโอลิมปิกในอาคารของกีฬายกน้ำหนักครับ  ผมได้ยืนที่เดียวกับเธอหลายครั้งเลยครับเพราะว่านักกีฬายกนำ้หนักไทยทำผลงานได้ดีในโอลิมปิกครั้งนี้ครับ 

thumb_IMG_5275_1024

มีเคสหนึ่งที่น่าสนใจมาก เพราะมีนักข่าวจีนอยากสัมพาษณ์นักกีฬาอุซเบกีสถาน แต่ไม่สามารถพูดอังกฤษได้ และนักกีฬาเองก็พูดเพียงภาษารัสเซีย ทำให้ต้องใช้อาสาสมัครสองภาษา โดยมี คนแปล รัสเซียเป็นอังกฤษ แล้วอีกคนแปลอังกฤษเป็นจีนอีกทอดหนึ่ง ….ท้าทายดีนะครับ 

thumb_IMG_5235_1024

ตารางการแข่งขันก็จะเป็นอย่างนี้ครับ ตามแต่ชนิดกีฬา เราก็ต้องเช็คว่ามีนักกีฬาไทยแข่งตอนกี่โมง อย่างน้อยๆต้องไปประจำที่อาคารแข่งขันก่อนเวลาแข่งครับ 

นี้คือมุมที่ผมต้องยืนสแตนบายรอทำงานครับ จะเป็นชื่อคุณอำนาจ เขียนไว้ตรงบอร์ดขาวนั้นครับ ระหว่างเกมจบทางผู้จัดจะพานักกีฬามายืนตรงกล้องกลางแล้วมีการสัมพาษณ์เล็กน้อยก่อนที่จะขึ้นแถลงข่าวอย่างเป็นทางการครับ

thumb_IMG_5250_1024

บรรยากาศภายในอาคารการแข่งกีฬาก็ต่างไปในแต่ละชนิดกีฬาครับ มีทั้งทางเดินระหว่างอาคารที่ผมต้องวิ่งไปมา มีทั้งบรรยากาศการเชียร์นักกีฬาจากประเทศอื่นๆครับ 

  สำหรับอาสาสมัครอย่างพวกผมไม่ได้รับสิทธิในการเข้าชมกีฬาใดๆครับ แต่ข้อดีของหน่วยบริการด้านภาษา เราสามารถชมกีฬาที่เราทำงานอยู่ได้ครับ  ทั้งนี้ทั้งนั้นทางผู้จัดได้มีบัตรเข้าชมกีฬาแจกอาสาทุกคนจำนวนหนึ่งใบ กีฬาที่ผมได้รับคือ  รักบี้ครับ แต่วาผมไม่สามารถไปชมได้เนื่องจากตรงกับตารางงานของผม 

thumb_IMG_5245_1024

เรามาพูดถึงระบบการทำงานกันหน่อย ผมไม่เข้าใจว่าการทำงานใหญ่อย่างนี้ทำไมถึงไม่มีการวางแผนที่มันเป็นทางการสักหน่อย การทำงานหลายๆอย่างบ้างครั้งผมยังคิดว่าถ้าใช้คอมมอนเซ็นต์สักนิดคงเหนื่อยน้อยลง..ตัวอย่างที่น่าตลกก็คือ มีอาสาสมัครคคนไทยอยู่สองคนที่ทำหน้าที่ล่ามอยู่ส่วนนี้. และเมื่อวันก่อนมีหนึ่งกีฬาไทยลงแข่งประมาณ 6รายการ แต่อาสาสมัครคนไทยทั้งสองคนกลับได้วันหยุดวันเดียวกัน มันเหมือนมีการจัดตารางมาให้โดยไม่ได้ดูตารางการแข่งขัน!! หัวหน้าทีมก็ต้องโทรมาตามไปทำงาน มันก็ลำบากตัวเองอีกนะผมว่า. ถามในหลายๆส่วนก็เตอปัญหาแบบเดียวกัน ไม่รู้ว่ามันเป็นBrazilian style หรือป่าวแต่ว่ามันเป็นการทำให้ตัวเองเหนื่อยมากกว่านะผมว่า แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี ทางผู้จัดงานก็ไป Feedback จากอาสาหลายๆคนกลับไปแล้วครับ
thumb_IMG_5373_1024

ตอนนี้ผมเริ่มคิดอะไรไม่ออกแล้วครับ ประสบการณ์ครั้งนี้เป็นอะไรที่สนุกปนฮามาก ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะแยะเลยครับที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาทางตัวหนังสือได้ มันคือความทรงจำดีๆที่ได้ร่วมทำงานเพื่อชาติ แม้ว่าเราจะอยู่ข้างหลังแต่เราก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนนักกีฬาไทยในการแข่นขันโอลิมปิกในครั้งนี้ครับ 

thumb_IMG_5191_1024

เจอกันที่ Tokyo 2020 ครับ 

thumb_IMG_1536_1024

Advertisements